แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัตรเครดิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัตรเครดิต แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ฉลาด

ช่วงสัปดาห์นี้อ่านข่าวเจอเรื่องสินเชื่อ การผิดนัดชำระ หนี้ NPL สูงขึ้น และอีกมากมาย จริงๆเรื่องบัตรเครดิตมีไว้ไม่เสียหาย (จะเสียหายก็ตอน sale โทรมาขายของนี่แหละครับ ฮ่าๆ เพราะได้ข้อมูลส่วนตัวเราไป) แต่ถ้ามีบัตรเครดิตแล้วใช้จ่าย ผ่อนของไม่จำเป็นกันอย่างเพลิดเพลิน คงไม่ดีแน่ครับ

ผมเคยยกตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตให้ดูแล้วนะครับ (Link)

ด้วยบัตรเครดิตมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 20% ถ้าไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดชำระ ดอกเบี้ยจะเริ่มถูกคิดทันทีครับ

"บัตรเครดิตเป็นตัวที่ทำให้เราเสียความมีวินัย อย่างร้ายแรงเลยครับ เพราะมันให้เราใช้เงินในอนาคตได้ การเงินปัจจุบันจะแย่ลงทันตาในเดือนถัดไป เพราะต้องเอาเงินปัจจุบันไปจ่ายหนี้ที่ใช้ไปเดือนที่แล้วยังไงล่ะ"

ใช้บัตรเครดิตให้ฉลาด มันเป็นอย่างไร

1. เก็บวงเงินไว้ใช้ยามจำเป็นจะดีกว่า

ความจำเป็นที่ว่า เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ เข้าโรงพยาบาล  คือ ผมเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้นะครับ คุณแม่เข้าโรงพยาบาล ต้องรักษาตัวอยู่หลายวัน พอวันที่จะออกจากโรงพยาบาล ต้องชำระเงินแล้วเงินสดผมก็มีไม่ถึง (เพราะว่าหักเก็บออมไปหมดแล้ว เหลือไว้แค่พอใช้ในเดือนนั้น) ก็ต้องพึ่งบัตรเครดิตเพราะเหตุนี้ครับ
"หากมีบัตรแล้วจะทำให้เราจำเป็นบ่อยขึ้น หากเป็นเช่นนั้นไม่ควรทำบัตรเครดิตดีกว่าครับ ด้วยการที่เราหักห้ามใจไม่ได้ วินัยจะเสียซ้ำสอง อาจจะตามด้วยหนี้ และมีของแถมเป็นดอกเบี้ยแสนแพง"

2. หากจะผ่อน ผ่อนเฉพาะ 0% เท่านั้น และควรจะผ่อนทีละอย่าง

เพราะว่า ยิ่งผ่อนหลายอย่าง ยิ่งทำให้จน ของก็เสื่อมสภาพไป หนี้ก็ใช้ยังไม่หมด หลายผลิตภัณฑ์ จัดโปรโมชัน ผ่อน 0% จะกี่เดือนก็ว่าไปกันไป หลอกล่อให้เราเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น เจอกรณีแบบนี้ต้องตั้งสติเข้าไว้ครับ จำเป็นหรือไม่ หรือแค่ต้องการ ถามตัวเองหลายๆรอบครับ

3. ถ้าไม่ได้ผ่อน กรุณาชำระหนี้เต็มจำนวน

หากคิดว่าไม่สามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้ กรุณาอย่าใช้บัตรเครดิต อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้นเรื่องอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต 20% เยอะมากนะครับ และไม่ใช่ว่าการจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ หนี้ของคุณจะหมดใน 10 เดือนนะ (ชำระขั้นต่ำ 10%) ลองดูตัวอย่างการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ผมแปะลิงค์ไว้ด้านบนครับ ถ้าคุณจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ คงต้องจ่ายจนสิ้นลมหายใจแน่ๆ

4.ใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ใช้บัตรเครดิตแล้วมี ส่วนลด ได้คะแนนสะสม นำมาแลกของรางวัลได้ และอีกเรื่องคือ ถ้าจะซื้อของผมจะรูดซื้อหลังจากวันตัดยอด 1 วัน เพราะจะทำให้คุณมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 15 วันในการครบกำหนดจ่ายครั้งหน้า

5.อย่าใช้เพราะเห็นแก่คะแนนสะสมเพียงอย่างเดียว

กรุณาคิดถึงภาระหนี้ด้วย คะแนนสะสมไม่ได้ทำให้คุณรวยขึ้น แต่หนี้ทำให้คุณจนลง อย่างเช่นโปรโมชัน ซื้อเท่านั้น ได้แต้ม x2 ซื้อเท่านี้ ได้แต้ม x5 ประมาณนี้ครับ คือถ้าสินค้าชิ้นนั้นไม่ได้จำเป็นกับเรา เราต้องเสียตังเพื่อแลกแต้มมั้ยครับ ?? ผมพูดถึงคะแนนสะสมเพื่อให้เห็นภาพโปรโมชันที่มีจริงๆนะครับ หากรวมๆแล้วก็คือโปรโมชันที่คอยมาดูดเงินเรานี่แหละครับ บางท่านรูดเพลิน เดือนหน้าก็เป็นมนุษย์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก กินบ่อยๆไม่ดีนะครับ ผมร่วงหมด แย่เลย

6.ชำระหนี้ให้ตรงกำหนดทุกงวด

เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ไม่เกิดดอกเบี้ย แถมประวัติทางการเงินที่ดีอีกด้วย ซึ่งประวัติทางการเงินที่ดี สามารถช่วยให้คุณขอกู้ ได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่า ผมแนะนำให้เป็นการกู้เพื่อที่อยู่อาศัย หรือ กู้เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต เช่น สร้างกิจการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการมีบัตรเครดิตอยู่ในมือก็เป็นการเสี่ยงที่จะมีหนี้บานปลายได้ หากท่านไม่สามารถควบคุมจิตใจในการใช้จ่ายได้ ไม่มีวินัยในการใช้จ่าย นึกอยู่เสมอครับว่า จำเป็นไหม ? ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องจ่าย ไม่ต้องซื้อ คิดเสมอว่า อย่าปล่อยให้เกิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด อันตรายหนักมาก T^T 20% ++ ต่อปี ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้นตั้งแต่เปิดทำการยังแค่ 12% เท่านั้นเองครับ

ปล.ผมไม่สนับสนุนให้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และดอกแพงๆแบบนี้นะครับ



วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต กรณีเลือกชำระไม่เต็มจำนวน

เมื่อ Part 4 ผมทิ้งไว้ว่าจะหาวิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาให้ เชิญชมได้เลยครับ :D

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต กรณีเลือกชำระไม่เต็มจำนวน


อัตราดอกบี้ย 20%
วันสรุปยอด 20 เม.ย. 15
วันครบกำหนดชำระ 6 พ.ค. 15
ยอดที่ใช้จ่าย 20,000.00 บาท
วันที่เกิดยอด 13 เม.ย. 15 (วันที่รูดซื้อของ)

สมมุติเลือกจ่ายเพียงขั้นต่ำ คือ 10% ของยอดที่ใช้ไป = 2,000 บาท

ยอดชำระงวดแรก (ยอดที่ใช้จ่าย x 10%) = 2,000 บาท

งวดแรกชิลๆมากครับ รอดูงวดต่อๆไป
#########################################################################

ยอดชำระงวด 2 มี 2 ส่วน

1.) ตั้งแต่ 13 เม.ย. 2558 ถึง 05 พ.ค. 2558 (23 วัน)
ดอกเบี้ย(1)  = ยอดที่ใช้จ่าย x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน(ตั้งแต่วันที่รูดจ่าย ถึง วันก่อนชำระ 1 วัน)/จำนวนวันในปี

ดอกเบี้ย(1) = 20,000 x 20% x 23 วัน / 365 วัน =  252.0547945 บาท
--------------------------------------------------------------------------------
2.) ตั้งแต่ 06 พ.ค. 2558 ถึง 20 พ.ค. 2558 (15 วัน)
ดอกเบี้ย(2) = ยอดหนี้ที่เหลือ x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน(ตั้งแต่วันครบกำหนดชำระ ถึง วันสรุปยอดในเดือนนั้น) /จำนวนวันในปี

ดอกเบี้ย(2) = 18,000 x 20% x 15 วัน / 365 วัน = 147.95 บาท

ดอกเบี้ยงวด 2 = 400.00 รวมหนี้คงเหลือ = 18,400.00  ครบกำหนดชำระ 6 มิ.ย. 2015

สมมุติว่า งวด 2 เคลียร์หนี้จนหมด 18,400 บาท แต่การคิดดอกเบี้ยยังไม่จบนะครับ 
#########################################################################

ยอดชำระงวด 3

สมมุติว่าจ่าย 18,400 (เคลียร์หนี้ทั้งหมดในวันที่ 6 มิ.ย. 2558 ที่ผานมา) แต่ยังมีดอกเบี้ยในช่วง 21 พ.ค. 2558 ถึง 5 มิ.ย. 2558 (16 วัน)

ดอกเบี้ย = ยอดหนี้ที่เหลือ x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน(วันหลังจากวันสรุปยอด ถึง วันก่อนชำระ 1 วัน) / จำนวนวันในปี

ดอกเบี้ย = 18,000 x 20% x 16 วัน / 365 วัน = 157.8082192 บาท

ต้องชำระดอกเบี้ยที่เหลืออีก 157.80822 บาท กำหนดชำระ วันที่ 6 ก.ค. 2558

ยอด 20,000 บาท ผ่านไป 3 เดือน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 560 บาท โดยประมาณ 

ผมไม่อยากจะคิดเลยครับว่า ถ้าเราชำระหนี้ด้วยการ จ่ายแค่ขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เมื่อไรหนี้จะหมด เจออิทธิฤทธิ์ดอกทบต้น ทบแล้ว ทบอีก หลายปีครับกว่าจะหมด

ดังนั้น ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิต ต้องรีบชำระให้หมด 

มีข้อแนะนำอีกนิดนึงครับ  เคสนี้ผมได้ยินมาจากรายการ โทรทัศน์รายการหนึ่งครับ หากยอดที่ต้องชำระมีเศษสตางค์ (รอบสุดท้าย) ให้ชำระเกินไป 1 บาทเลยครับ จะได้ไม่มียอดคงเหลือเป็นเศษสตางค์ แล้วดอกเบี้ยก็ยังคงเดินอยู่นะครับ แล้วจะมีจดหมายลึกลับจากศาลส่งมาที่บ้าน เพราะ เราไม่ไปชำระหนี้ธนาคาร ถ้าเจอแบบนี้ ให้ตรวจสอบและชำระหนี้ให้ถูกต้องนะครับ มิฉะนั้นจะทำให้ ประวัติ เครดิต บูโร ของคุณด่างพล้อยเลยนะครับ :D