แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วางแผนการเงินของเราไปทำไม

ทำไมเราต้องวางแผนการเงินของเราเอง


"เงินซื้อชีวิตไม่ได้ แต่ทั้งชีวิตต้องใช้เงิน"

ตั้งแต่ผมเริ่มศึกษาเรื่อง การเงิน การลงทุน แทบทุกที่ จะเน้นเรื่อง การจัดการวางแผนการเงินของตัวเองให้ดีเสียก่อน (ผมขออนุญาติตัดประเด็นเรื่องการลงทุนไปก่อนนะครับ ขอแค่เรื่องการดำเนินชีวิตอย่างเดียวเลย)

ทำไมต้องวางแผนการเงินของเราให้ดีเสียก่อน ก็เพราะว่า เพื่ออนาคตครับ ช่วงเวลาที่เรามีความสามารถในการหารายได้ เราหาได้น้อยกว่าที่จะต้องใช้ตลอดชีวิตครับ


  • อายุ 0-22 ปีช่วงแรกเกิด ถึง เรียนจบ ใช้เวลา 22 ปี ยังไม่ต้องหาเงินเอง ใช้เงินพ่อ-แม่
  • อายุ 22-60 ปี ช่วงที่เริ่มต้น ทำงาน ถึง เกษียณอายุ 38 ปี ช่วงนี้เราสามารถหารายได้ได้มากที่สุด คนที่ไม่ได้วางแผนอะไร ก็อาจจะ ใช้จ่ายซื้อของที่อยากได้โดยไม่ได้เป็นของที่จำเป็น ,ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ,หมดก็หยิบยืมคนใกล้ตัว (อาจจะได้เงิน แต่เสียเพื่อนก็ได้)
  • อายุ 60-80 ปี (ประมาณสัก 20 ปี) ก็ไม่น่าจะได้ทำงานแล้วครับ ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ไม่ได้เป็น ผู้บริหารอะไร บริษัทไม่ค่อยอยากจ้างครับ ไม่มีไฟ แถมยังค่าตัวสูงอีก ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้านเฉยๆ แล้ว อายุ 60ปี ขึ้นไป แวะเข้า-ออก โรงพยาบาลเป็นว่าเล่น แทบจะสนิทกับหมอกันเลยทีเดียว แถมค่าใช้จ่าย ในโรงพยาบาล แพงขึ้นทุกๆปี


ช่วงเวลาที่หาเงิน 38 ปี ตอนนี้ เหลือกี่ปี กันแล้วครับ ??

แล้วในเวลาที่เหลือ จนกว่าจะอายุ 60 ปี นี้คุณเริ่มวางแผนทางการเงินไว้บ้างหรือยังครับ ,เริ่มเก็บออมบ้างหรือยัง หรือจะเริ่มทำบัญชีรายรับ-จ่าย ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ

แปลกมากครับ การวางแผนการเงิน และทำตามแผนที่วางไว้ หลายคนมองว่าเป็นเรื่องยาก ถ้ายากจริงๆ ทำไมหลายๆคนยังทำได้ เผลอๆ น้องๆนักศึกษาบางคนก็ทำงาน หาเงิน เริ่มเก็บออม เริ่มลงทุนก็มีครับ

หากมีเวลาว่างลองกลับไปดู ใน 4 Part ที่ผมเคยเขียนไว้ สาเหตุของปัญหาการเงินของแต่ละคน แก้ไขได้ไม่ยาก "ถ้าคุณตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ" ที่คุณเรียนจบ ก็ต้องตั้งใจเรียน จนจบมาได้ เรื่องนี้ก็ไม่ยากไปกว่ากันครับ เพียงเรียนมหาวิทยาลัยให้จบ มันไม่กี่ปี ต่างกับ ชีวิตที่เหลือของคุณมากครับ คุณต้องตั้งใจให้มากกว่าตอนเรียนซะอีก

การเก็บเงินเผื่อเกษียณ หรือ เผื่ออนาคตไม่ใช่เรื่องของคนอายุมากๆ ใกล้ๆเกษียณแล้วค่อยเตรียมเงิน ใครจะไปเตรียมทันครับ มันต้องค่อยๆเตรียมไปเรื่อยๆ เตรียมไปตั้งแต่ตอนนี้ ค่อยๆสร้างไปตั้งแต่เราเริ่มทำงานนี่แหละครับ หรือจะเก็บเงินเพื่อเป้าหมายอื่นๆก็ไม่ว่ากันครับ แต่ก็ต้องมีเป้าหมาย และระยะเวลาที่ชัดเจน และเป็นไปได้ด้วยครับ

ประเด็นคือ ไม่เก็บออม ใช้เงินอนาคต หยิบยืมคนใกล้ชิด แล้วยังคิดไม่ได้ว่า เราใช้เงินเกินตัวซะด้วยนะ เป็็นซะอย่างนั้น บางเดือนเงินเหลือ 500-1000 ก็เก็บครับ เก็บไปใช้เดือนหน้านะครับ ไม่ได้เอาไปเก็บออม ( = =") แต่แผนการเงินส่วนตัวของคุณช่วยได้ครับ วางแผนให้ดี และนำไปใช้อย่างมีวินัยครับ

ลองเก็บไปคิดกันอย่างจริงจัง เป็นการบ้านครับ เราจะต้องใช้เงินต่อเดือนเท่าไร? ในช่วงอายุ 60 ปี ถึง 80 ปี (ผมก็ไม่รู้ว่าเผื่ออายุพอหรือไม่ครับ ไม่ใช่เผื่อไว้ 20 ปี แล้วอยู่ได้อีก 30 ปี งานเข้าเลย) แล้วอยู่อย่างสุขสบาย (จะเผื่อเข้าโรงพยาบาล หรือไม่เผื่อก็ได้ครับ จะได้คิดง่ายๆ) เอาเงินที่ประมาณไว้  x 240 เดือน ดูว่า ควรจะต้องเตรียมเงินไว้เท่าไร เมื่อเราอายุ 60 และน่าจะอยู่ต่อไปได้อีก 20 ปี

อาจจะอึ้งกับตัวเลขนิดนึงนะครับ ฮ่าๆๆ ตัวเลขที่คิดมานี้เป็นค่าเบื้องต้นนะครับ ไม่ได้คิดอัตราเงินเฟ้อ ที่ทำให้มูลค่าของเงินของคุณลดลงทุกๆปี

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงมีปัญหาเรื่องเงินกันนะ ?? Part 1

ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงมีปัญหาเรื่องเงินกันนะ ?? Part 1


มีคำพูดเล่นๆว่า เงินเดือนอยู่กับเราถึงวันที่ 5 มาม่า อยู่กับเราถึงสิ้นเดือน ผมว่าอาจจะจริงนะ บางคนอาจจะอยู่ตั้งแต่กลางเดือน หรือ ปลายๆเดือน แต่จริงๆแล้ว เราสามารถทำให้ไม่ต้องเจอมาม่าเลยก้ได้ครับ (เจอไวไวแทน ไม่ใช่แล้วว >,<)

สาเหตุหลักๆของปัญหา คือ 

  1. รายได้น้อย/รายจ่ายเยอะ
  2. ไม่ออมเงิน
  3. ความคิดที่อยากได้ อยากมี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
  4. เป็นหนี้
ผมขอพูดในมุมของมนุษย์เงินเดือนอย่างผมนะครับ โพสต์นี้ขอข้อแรกก่อน

1. รายได้น้อย/รายจ่ายเยอะ


1.1 รายได้น้อย

การแก้ปัญหา รายได้น้อย อย่างง่ายๆเลยครับ ต้องอัพเกรดทักษะการทำงานของตัวเอง การเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอามาใช้โยชน์ให้ได้มากที่สุด และหารายได้เสริมครับ

ผมว่าหลายๆคนอาจจะคิดว่ามันช้าไปบ้าง มันต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อไปเรียนบ้าง แค่รายได้ตอนนี้ก็เดือนชนเดือนแล้ว แค่ทำงานปกติวันนึงก็เหนื่อยแล้ว ขอเวลาพักผ่อนบ้าง จริงๆแล้วมันอยู่ที่ความคิดและการจัดการทั้งปัญหา และเวลาของเราครับ

  • การอัพเกรดทักษะการทำงาน มันทำได้หลากหลายวิธีครับ ความรู้ฟรีๆบน Internet มีมากมายครับ อาจจะยากตรงที่ไม่มีคนป้อนให้ตามที่เราอยากรู้ครับ แต่ผู้สอนบางท่านก็ให้ข้อมูลไว้เพื่อติดต่อภายหลังได้ครับ เรามีข้อสงสัยอะไร ก็ติดต่อตามที่ผู้สอนให้ไว้ สมัยนี้มี Social Media ทำให้ติดต่อได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ
  • การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเอามาใช้ประโยชน์ เรื่องนี้จะใช้เวลานานหรือไม่นานขึ้นอยู่กับ ปัญหาที่เราเจอและหาทางแก้ไขมันครับ ผมเชื่อว่าในทุกปัญหา มีโอกาสซ่อนอยู่ ยกตัวอย่าง หากทีมงานของคุณกำลังคิดแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ คุณลองคิดไตร่ตรอง พิจารณาอย่างถี่ถ้วนครับ ว่าเราน่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง ลองเสนอวิธีการแก้ปัญหานั้นดูครับ วิธีนี้นอกจากทีมจะได้ไอเดียหลากหลายในการแก้ปัญหาแล้ว ผู้ใหญ่ในองค์กร หรือหัวหน้า(ที่ดี)ของคุณ จะมองว่าคุณสามารถพึ่งพาได้ องค์กรหลายๆองค์กร ต้องการคนแบบนี้ครับ.
  • การหารายได้เสริม เรื่องรายได้เสริมนี้ อาจจะไม่ต้องทำ หลังเลิกงาน จันทร์-ศุกร์ ก็ได้ครับ ลองส่องกระจกแล้วมองตัวเองครับ ลองคิดดูว่าเราชอบทำอะไร พอเราคิดออกแล้ว ให้เราลองทำไปก่อนครับอย่าพึ่งไปคิดถึงว่า ต้องได้รายได้เท่านั้นเท่านี้ ถ้าคิดแบบนั้นจากที่ได้ทำอะไรที่ชอบ กลายเป็นไม่ชอบแน่ๆครับ เช่น ชอบเล่นดนตรี ก็ลองอัดคลิปลง YouTube แชร์ให้เพื่อนๆใน Social Media ต่างๆ ไม่ต้องเขินครับ มันอาจจะดีก็ได้ วันนึงคุณอาจจะได้รายได้จากการที่คุณโชว์ร้องเพลงที่คุณชอบก้ได้ครับ อย่างค่าโฆษณาบน YouTube เอง หรือมีแบรนด์ต่างๆ มาให้คุณใช้สินค้าของเขาเพื่อโปรโมทสินค้าก็ได้ครับ 

การเลือกงานที่จะทำ เรื่องนี้ก็เป็นการป้องกันปัญหาอีกวิธีหนึ่งครับ สังเกตครับ ทุกๆองค์กรตำแหน่งที่รายได้ดี จะเป็นตำแหน่งที่หารายได้ให้กับองค์กรนั้นๆครับ เช่น พนักงานขาย นักการตลาด โบรกเกอร์ ฯลฯ เพราะว่าคนที่หารายได้ให้องค์กรได้มาก องค์กรก็อยากจะรักษาคนนั้นไว้ เพื่อที่จะหารายได้ให้กับองค์กรต่อไป แน่นอนครับก็ต้องเลี้ยงเราด้วยเงินเดือนที่มากกว่าตำแหน่งทั่วๆไป 

แต่มันเป็นดาบสองคม อ้าวว ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ (ขอเน้นขีดเส้นใต้ตัวหนาเลยครับ) เพราะว่าการที่เราเลือกงานมากๆ หากเราตกงานหรือไม่มีรายได้อยู่ ณ ตอนนั้น กลายเป็นเรื่องที่เสี่ยงหนักกว่าการมีรายได้น้อยอีกครับ ยิ่งถ้าคนที่ต้องห่างไกลบ้าน อยู่ตามห้องเช่า หอพัก จะมีรายจ่ายเข้ามาทุกๆเดือน ไหนจะค่ากิน ที่มีมาทุกๆวัน ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับชีวิตของคุณแล้ว ผมขอแนะนำว่า งานอะไรก็ทำไปก่อนครับ อย่างน้อยๆก็ควรมีรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และไม่ให้เป็นหนี้(ค่าเช่าต่างๆ)ได้ครับ


1.2 รายจ่ายเยอะ

การแก้ปัญหา รายจ่ายเยอะ ในความคิดของผมมันเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปครับ อันดับแรกเลย ทดลองทำรายการ "รายรับ-รายจ่าย" ดูครับ ว่าในแต่ละเดือนนั้นคุณมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เท่าไร จากนั้นลองพิจารณาดูว่า รายจ่ายของคุณ รายการไหนบ้างที่จริงๆแล้วไม่จำเป็น เช่น กาแฟแก้วละ 150 บาท จำเป็นจริงๆมั้ย หรือเราจะกินกาแฟ 3 in 1 แทนดี ชงแล้วใส่แก้วที่ซื้อจากร้าน "แมลงดาว" ก็ได้ครับ ดูหรูหราเหมือนกัน ฮ่าๆ 

สมมุติ ทำงาน 20 วันต่อเดือน เปลี่ยนจาก 150 บาท * 20 = 3,000 บาท ต่อเดือน (ผมไม่แน่ใจว่าซองเท่าไรนะครับ ผมกินกาแฟออฟฟิต เพราะว่ามันฟรี แต่อร่อยน้อยหน่อย แต่ผมเอาแค่ไม่หลับครับ อร่อยเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเท่าไร) เป็น 15 บาท * 20 = 300 บาทต่อเดือน มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีก 2,700 บาท 

ถ้าคุณเป็นหนี้อยู่ ก็สามารถเอาเงินส่วนหนี้ไปใช้หนี้ได้บ้าง หรือถ้าคุณใช้เงินเดือนชนเดือน ก็นำเงินส่วนนี้ ไปเป็นเงินเก็บก้ได้ครับ

จบแล้ววว ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้ยืดยาวขนาดนี้เลยครับ ผมอยากเขียนสั้นๆเพื่อให้เพื่อนได้อ่านกันสบายๆ ไม่หนักจนเกินไป อย่างไรก็ตาม คุณผู้อ่านทดลองนำไปใช้ดูครับ ผมเชื่อว่า คนเราตั้งใจทำอะไร จนถึงที่สุดแล้ว ย่อมประสบความสำเร็จแน่นอนครับ ใครอยากแชร์ หรือ ติ-ชม คอมเม้นท์ใต้โพสนี้ได้เลยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ